ชาจัดอยู่ในกลุ่มเครื่องดื่มที่ได้รับความนิยมทั่วโลก แม้กระนั้นยังคงมีความเข้าใจผิดอยู่มากเกี่ยวกับสิ่งที่ทำให้ชาเป็นชาที่ดี การก้าวข้ามความเชื่อผิดเหล่านี้จะช่วยเพิ่มอรรถรสในการเพลิดเพลินกับเครื่องดื่มที่มนุษย์ดื่มมานานหลายพันปี รวมถึงช่วยให้เราเลือกซื้อผลิตภัณฑ์ที่มีคุณภาพได้ดียิ่งขึ้นบทความนี้จะพิจารณาความเชื่อที่คนส่วนใหญ่มีเกี่ยวกับคุณภาพของชา แยกแยะระหว่างข้อเท็จจริงกับความเชื่อที่ไม่ถูกต้อง และเสนอแนวทางที่สามารถนำไปใช้ได้จริงในการบอกว่าชาคุณภาพเยี่ยมแตกต่างจากชาธรรมดาที่วางอยู่ตามชั้นวางขายอย่างไร
ความเชื่อผิดๆ ที่ 1: ชาทุกชนิดมีคุณภาพเท่ากัน
หลายคนยังคิดว่าชาทุกชนิดมีรสชาติคล้ายกันเกือบทั้งหมด แต่ความเป็นจริงแล้วไม่ใช่เลย คุณภาพของชาที่แท้จริงสามารถแตกต่างกันมากพอสมควรถ้าหากพิจารณาว่าใบชาที่ใช้นั้นเป็นชนิดใด เติบโตขึ้นที่ไหน และถูกแปรรูปอย่างไรหลังจากเก็บเกี่ยว ลองดูตัวอย่างเช่น ชาเขียว ชาที่มีคุณภาพดีจริงๆ มักมาจากใบชาที่เก็บด้วยมือ จากนั้นจึงจัดการอย่างรวดเร็วเพื่อรักษาไว้ซึ่งรสชาติและสารอาหารที่ดี แต่เมื่อเรามองไปที่ตัวเลือกที่มีราคาถูกกว่า ใบชาเหล่านี้มักถูกโยนเข้าไปในเครื่องจักรขนาดใหญ่โดยแทบไม่คำนึงถึงการรักษาลักษณะเฉพาะหรือคุณค่าทางโภชนาการของมันเลย
ความเข้าใจผิดข้อที่ 2: สีของชารบบอกคุณภาพ
หลายคนคิดว่าสีของชาสามารถบ่งบอกทุกอย่างเกี่ยวกับคุณภาพได้ แต่จริงๆ แล้วไม่ใช่แบบนั้นเสมอไป สีของชาสามารถบ่งชี้ได้ถึงประเภทของชาที่เราเห็น แน่นอน แต่ไม่สามารถบอกได้ว่าชาชนิดนั้นดีหรือไม่ดี ตัวอย่างเช่น ชาสีเข้มไม่ได้หมายความว่ามีคุณภาพแย่กว่าชาสีอ่อนเสมอไป อะไรที่มีผลต่อสีของชาจริงๆ? กระบวนการออกซิเดชันมีบทบาทสำคัญ รวมถึงขนาดของใบชา และระยะเวลาที่ steeping ใบชานั้นไว้ ผู้เชี่ยวชาญที่มีประสบการณ์ในการชิมชาจะรู้ดีว่าไม่ควรตัดสินชาจากสีเพียงอย่างเดียว แต่พวกเขาให้ความสำคัญกับรสชาติและกลิ่นของชามากกว่า เพราะสิ่งเหล่านี้มีความสำคัญมากกว่าในการตัดสินว่าถ้วยชานั้นคุ้มค่าแก่การดื่มหรือไม่
ความเข้าใจผิดข้อที่ 3: ชาแบบใบหลวมมีคุณภาพดีกว่าชาในถุงกรองเสมอ
ผู้ที่ชื่นชอบชามักจะชอบใช้ใบชาแบบหลวมมากกว่าถุงชาที่ทำจากกระดาษเล็กๆ ที่เราคุ้นเคยกัน และสิ่งที่พวกเขาว่ามานั้นมีมูลเหตุผลอยู่บ้าง เพราะใบชาแบบหลวมโดยทั่วไปมีคุณภาพดีกว่าและให้รสชาติที่เข้มข้นกว่า แต่อย่าเพิ่งด่วนสรุปว่าถุงชาทุกชนิดล้วนด้อยกว่า เพราะถุงชาบางชนิดที่มีคุณภาพดีนั้นกลับใช้ใบชาทั้งใบแทนเศษใบชาหรือผงชา ทำให้ได้รสชาติที่ดีเกินคาด วิธีเลือกให้ได้ชาคุณภาพดีนั้นอยู่ที่การเลือกแบรนด์ที่น่าเชื่อถือ ซึ่งให้ความสำคัญกับคุณภาพของผลิตภัณฑ์ไม่ว่าจะบรรจุภัณฑ์จะเป็นแบบใด ปัจจุบันยังมีร้านค้าพิเศษบางแห่งที่จำหน่ายชาออร์แกนิกในซองที่ย่อยสลายได้ตามธรรมชาติด้วย
ความเข้าใจผิดข้อที่ 4: ราคาสูงหมายถึงคุณภาพสูง
หลายคนมักคิดว่า ชาราคาแพงย่อมหมายถึงคุณภาพที่ดีกว่า แต่ความเชื่อนี้ไม่เสมอไปเสมอไป แน่นอนว่าบางครั้งราคาที่สูงขึ้นอาจสะท้อนคุณภาพที่ดีขึ้นจริง แต่ก็ไม่มีกฎเกณฑ์ตายตัวในเรื่องนี้ ปัจจัยหลายอย่างที่ทำให้ชาในปัจจุบันมีราคาสูง บางชนิดมีราคาแพงเพราะเป็นชาหายากที่มาจากแหล่งพิเศษ ในขณะที่บางชนิดมีราคาสูงเพราะบริษัทต้องใช้เงินจำนวนมากในการทำการตลาดแบรนด์ของตน ดังนั้นเมื่อคุณซื้อชา อย่าดูเพียงแค่ราคา แต่ควรให้ความสำคัญกับรสชาติ กลิ่น และความรู้สึกขณะดื่มมากกว่า คุณค่าที่แท้จริงของชามาจากการสัมผัสประสบการณ์ขณะดื่มมากกว่าการดูเพียงแค่สิ่งที่พิมพ์ไว้บนกล่อง
ความเข้าใจผิดข้อที่ 5: ชาสมุนไพรทุกชนิดปราศจากคาเฟอีน
หลายคนคิดว่า ชารส herbs หมายถึงไม่มีคาเฟอีนเลย แต่ความจริงแล้วนั้นถูกเพียงครึ่งเดียว ส่วนใหญ่แล้วชาสมุนไพรแทบทุกชนิดไม่มีคาเฟอีน แต่ก็มีข้อยกเว้นที่ควรรู้จัก ตัวอย่างเช่น ชาผสมบางชนิดมีส่วนผสมอย่าง yerba mate หรือ guarana ซึ่งทั้งสองอย่างนี้มีคาเฟอีนในระดับใกล้เคียงกับกาแฟ ทำให้หลายคนรู้สึกประหลาดใจ โดยเฉพาะผู้ที่ดื่มหลายถ้วยตลอดทั้งวัน ควรตรวจสอบฉลากบรรจุภัณฑ์เพื่อดูรายชื่อส่วนประกอบก่อนคิดว่าชาชนิดนั้นจะดื่มในช่วงบ่ายแก่ๆ ได้อย่างปลอดภัย เพราะฉลากจะเป็นตัวบอกข้อมูลที่ชัดเจน ดังนั้นควรใช้เวลาสักครู่เพื่ออ่านรายละเอียดให้ถี่ถ้วน แทนที่จะหยิบสิ่งที่ดูดีที่สุดบนชั้นวางของขึ้นมาเลย
บทสรุป: การเข้าใจคุณภาพของชา
การก้าวข้ามความเข้าใจผิดทั่วไปเกี่ยวกับปัจจัยที่ทำให้ชาเป็นชาที่ดีนั้นมีความสำคัญอย่างมาก หากใครต้องการเพลิดเพลินกับถ้วยชาของตัวเองให้มากขึ้น ชาแต่ละชนิดไม่ได้ถูกผลิตด้วยวิธีการเดียวกัน สีของชาไม่สามารถบ่งบอกคุณภาพได้เลย และน่าประหลาดใจที่ทั้งใบชาแบบหลวมและแบบซองนั้นสามารถชงออกมาได้รสชาติดีทั้งคู่ เมื่อคนเริ่มเลิกคิดว่าของแพงคือของดี หรือคิดว่าชาสมุนไพรทุกชนิดต้องเป็นคาเฟอีนต่ำ พวกเขาก็จะเริ่มสังเกตรสชาติและคุณลักษณะที่หลากหลายของชา เมื่อความตระหนักรู้นี้เกิดขึ้น มันจะเปิดโลกแห่งความเพลิดเพลินใหม่ทั้งหมดให้กับผู้ที่รักการดื่มชาเป็นประจำ
โลกของชาในปัจจุบันเปลี่ยนแปลงไปอย่างรวดเร็ว และผู้คนส่วนใหญ่เริ่มให้ความสำคัญกับสิ่งที่ตนเองกำลังดื่มมากขึ้น ความยั่งยืนและการค้าที่เป็นธรรม (Fair Trade) กลายเป็นสิ่งสำคัญสำหรับลูกค้าที่กำลังมองหาผลิตภัณฑ์ชา บริษัทผู้ผลิตชาก็ปรับตัวเช่นกัน โดยหันมาผลิตสินค้าที่มีคุณภาพดีขึ้น แทนที่จะผลิตออกมาเป็นจำนวนมากเหมือนเดิม เราสามารถคาดการณ์ได้ว่าจะมีชาเกรดพรีเมียมวางขายในท้องตลาดมากยิ่งขึ้น เนื่องจากผู้ผลิตต้องการตอบสนองความต้องการของลูกค้าที่ต้องการทางเลือกที่ดีต่อสุขภาพมากขึ้น อยากทราบไหมว่ามีอะไรใหม่ๆ บ้าง? ลองหาชาพันธุ์พิเศษจากฟาร์มขนาดเล็ก หรือทดลองใช้วิธีชงที่แตกต่างกัน เพื่อให้ได้รสชาติดีที่สุดจากทุกถ้วยของคุณ